ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รู้จัก "นักทัศนมาตร" (Optometrist) ผู้พิทักษ์ดวงตาที่ดูแลลึกกว่าแค่การตัดแว่น

โดย กุสุมา เหรียญคำ นักทัศนมาตรประจำศูนย์แว่นตาไอซอพติก

นักทัศนมาตร (OD) ไอซอพติก

"นักทัศนมาตร" (Optometrist) มากกว่าแค่การวัดสายตา ปราการด่านแรกสู่สุขภาพกายที่คุณอาจมองข้าม

คุณเคยยืนลังเลหน้า "ร้านแว่น" กับ "โรงพยาบาลตา" ไหมคะ? หรือเคยสงสัยไหมว่าทำไมเราต้องไปตรวจตาทั้งที่ยังมองเห็นชัดเจนดี?

หลายคนมักจำภาพของ "นักทัศนมาตร" ว่าเป็นเพียงผู้ช่วยให้อ่านตัวเลขบนชาร์ตวัดสายตา แต่ในความเป็นจริง พวกเขาคือ "ผู้พิทักษ์ด่านหน้า" ที่สามารถมองเห็นสัญญาณเตือนภัยของร่างกายได้ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องของเลนส์แว่นตา นี่คือ 5 เหตุผลที่วิชาชีพนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของระบบสุขภาพองค์รวมค่ะ

1. ไม่ใช่แพทย์ (MD) แต่คือดุษฎีบัณฑิตเฉพาะทาง (OD)

ในระดับสากล เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา เส้นทางการเป็นนักทัศนมาตรนั้นเข้มข้นมาก พวกเขาต้องผ่านการทดสอบระดับสูงเพื่อเรียนต่อในหลักสูตร Doctor of Optometry (OD) นานถึง 4 ปี และบางคนยังเรียนต่อเฉพาะทางอีก 1 ปี

แม้จะไม่ได้เรียนหมอ (Medical School) เหมือนจักษุแพทย์ แต่การศึกษาของ OD จะเจาะลึกไปที่ระบบประสาท ชีวกลศาสตร์ของการมองเห็น และฟิสิกส์เชิงแสงโดยเฉพาะ เพื่อเป็นบุคลากรการแพทย์ระดับปฐมภูมิ

"ทัศนมาตรศาสตร์ คือวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพที่เป็นอิสระ ได้รับการศึกษา และมีการควบคุมโดยกฎหมาย ซึ่งนักทัศนมาตรทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพระดับปฐมภูมิของดวงตาและระบบการมองเห็น" — World Council of Optometry

2. ไขข้อข้องใจ 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงตา

ความเข้าใจผิดมักทำให้เราเสียเวลาและรักษาไม่ตรงจุด มาดูความแตกต่างของ 3 อาชีพนี้กันค่ะ

  • นักทัศนมาตร (Optometrist) ปราการด่านแรกที่ตรวจสุขภาพตาองค์รวม วินิจฉัยโรคเบื้องต้น จ่ายยาได้ (ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่สามารถจ่ายยาได้) รวมถึงทำหน้าที่ฟื้นฟูสมรรถภาพการมองเห็น และวิทยบำบัดสายตา
  • จักษุแพทย์ (Ophthalmologist) แพทย์เฉพาะทาง (MD) ที่เน้นการรักษาโรคตาที่ซับซ้อน การผ่าตัด และการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ
  • ช่างแว่นตา (Optician) เปรียบเสมือน "เภสัชกรแห่งวงการแว่น" ทำหน้าที่ประกอบแว่นและคอนแทคเลนส์ตามใบสั่งยา เพื่อให้คุณได้แว่นที่สวมใส่สบายที่สุด

3. ดวงตาคือหน้าต่างของ "สุขภาพกาย"

การตรวจตากับนักทัศนมาตรไม่ได้หยุดแค่คำถามว่า "ชัดไหม" แต่พวกเขาใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อตรวจลึกเข้าไปถึงระบบหลอดเลือดและประสาท

  • Slit Lamp กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงสำหรับตรวจส่วนหน้าและส่วนลึกของดวงตา รวมถึงวัดความโค้งของกระจกตา
  • Ophthalmoscope เครื่องมือส่องตรวจจอประสาทตา (Retina) เส้นเลือด และเส้นประสาทตา

เครื่องมือเหล่านี้ทำให้นักทัศนมาตรสามารถพบสัญญาณของโรคต่างๆ เช่น เบาหวานขึ้นตา, ต้อหิน, จุดภาพชัดเสื่อม และอาจเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติของหลอดเลือดที่บ่งชี้ถึงโรคความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย

4. จาก "ไพฑูรย์" สู่คำว่า "แว่นตา"

คำว่า "Optometry" มีรากศัพท์จากภาษากรีก (ópsis = การมองเห็น, métron = การวัด) แต่ที่น่าทึ่งคือ คำว่าแว่นตาในภาษาเยอรมัน "Brille" มีรากศัพท์มาจากคำสันสกฤตว่า "Vaidurya" ซึ่งตรงกับคำว่า "ไพฑูรย์" ในภาษาไทย หมายถึงพลอยเบริลที่ใช้ทำเลนส์ในสมัยโบราณ!

และคำว่า "Optometer" ปรากฏใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในหนังสือ "A Treatise on the Eye" ปี ค.ศ. 1759

5. สัญญาณเตือนภัย (Red Flags) และตารางตรวจตา

หากดวงตาบอกใบ้ถึงความผิดปกติ อย่ารอให้ถึงรอบตรวจประจำปี ควรรีบไปพบผู้เชี่ยวชาญหากมีอาการเหล่านี้

  • เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือมีเงาดำลอยไปมา
  • เห็นวงแหวนสีรุ้งรอบดวงไฟ
  • ปวดตาเฉียบพลัน ตาแดง หรือแพ้แสงรุนแรง
  • มองเห็นภาพซ้อน หรือสายตามัวลงอย่างรวดเร็ว

ความถี่ที่แนะนำในการตรวจสุขภาพตา

ช่วงอายุความถี่ในการเข้ารับการตรวจ
เด็กตรวจครั้งแรกภายใน 1 ขวบ และทุก 1-2 ปีหลังจากนั้น
ผู้ใหญ่ (18-55 ปี)ทุก 1-2 ปี (หากใส่คอนแทคเลนส์ควรตรวจบ่อยขึ้น)
ผู้สูงวัย (55 ปีขึ้นไป)ทุก 1 ปี

การมองเห็นคือคุณภาพชีวิต

การมองเห็นที่ชัดเจนคือสมบัติล้ำค่า นักทัศนมาตรจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่ "ตัดแว่น" แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยเฝ้าระวังภัยเงียบให้กับสุขภาพของคุณ ครั้งสุดท้ายที่คุณให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็กหน้าต่างของหัวใจดวงนี้คือเมื่อไหร่? อย่าปล่อยให้ความมัวหมองเล็กๆ มาพรากความสวยงามของโลกไปจากคุณเลยค่ะ

แหล่งที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Optometry

ปรึกษาฟรี กับปรมาจารย์โบบิ ผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคลอย่างยิ่งยวด 3 มิติ Bespoke ระดับโลก โทร : 081-538-4200

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

ปรมาจารย์โบบิ สายด่วน : 081-538-4200

LINE ID : @isoptik

เว็บไซต์ : https://www.isoptik.com

whatsapp : +66 81 538 4200

อีเมล : isoptik@gmail.com