ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ตรวจตามีขั้นตอนอะไรบ้าง ใครบ้างที่ควรตรวจ

Image
ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพตา

การตรวจตาเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจไม่ต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไป บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจตา ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ และขั้นตอนการตรวจตาอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถดูแลดวงตาได้อย่างถูกวิธีและป้องกันปัญหาสุขภาพตาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทำไมการตรวจตาถึงสำคัญ

การตรวจตา ไม่ได้มีแค่การวัดสายตาเพื่อหาความผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการตรวจสุขภาพโดยรวมของดวงตา เพื่อค้นหาสัญญาณของความผิดปกติหรือโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในดวงตาตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้สามารถรักษาหรือป้องกันการลุกลามของโรคได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การตรวจตายังอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย ยิ่งตรวจพบความผิดปกติได้เร็วเท่าไร โอกาสในการรักษาให้หายหรือควบคุมอาการได้ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น

ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพตา

Image
ใครบ้างที่ควรตรวจสุขภาพตา

ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด การตรวจตาก็มีความจำเป็นต่างกันไปตามความเสี่ยง

  • เด็กเล็กและวัยเรียน ที่มีปัญหาทางตา เช่น ตาเขหรือตาขี้เกียจ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะสามารถรักษาให้กลับมาปกติได้
  • วัยรุ่นและวัยทำงาน ผู้ที่ต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน หรือใช้สายตาหนักจากการอ่านเอกสาร ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นระยะเพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลง และปรับค่าความคมชัดของสายตาอย่างเหมาะสม ป้องปัญหามองไกลไม่ชัด
  • ผู้ที่มีอายุ 37 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่เริ่มมีปัญหาสายตายาวร่วมด้วย และมีความเสี่ยงของโรคตาเพิ่มขึ้น เช่น ต้อกระจก ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคตา

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพตา

การตรวจตาโดยทั่วไปมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  • การสอบถามประวัติและอาการ จักษุแพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพทั่วไป ประวัติโรคตา รวมถึงประวัติโรคในครอบครัว เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตาต่าง ๆ
  • การวัดระดับการมองเห็น ( Visual Acuity ) เป็นการตรวจประเมินความสามารถในการมองเห็น โดยให้อ่านตัวอักษรหรือตัวเลขบนแผ่นทดสอบจากระยะทางที่กำหนด ผลการทดสอบนี้จะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการประเมินสายตาและความจำเป็นในการใช้แว่นสายตา
  • การตรวจวัดค่าสายตาด้วยเครื่องวัดอัตโนมัติ ( Auto refraction ) เป็นการใช้เครื่องมือตรวจวัดค่าสายตาเบื้องต้น เพื่อประเมินว่ามีสายตาสั้น ยาว หรือเอียงหรือไม่
  • การวัดความดันตา ( Tonometry ) เป็นการตรวจวัดความดันภายในลูกตา เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคต้อหิน
  • การตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตา ( Cover test and Eye movement ) เป็นการตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อตา การกลอกตา รวมถึงการตรวจหาภาวะตาเข
  • การตรวจตาด้วยกล้องจุลทรรศน์ ( Slit lamp microscope ) เป็นการตรวจตาอย่างละเอียดด้วยกล้องจุลทรรศน์พิเศษสำหรับตา ทำให้จักษุแพทย์สามารถตรวจดูส่วนต่าง ๆ ของตา เช่น เปลือกตา กระจกตา ม่านตา และเลนส์ตา เพื่อประเมินโรคต่าง ๆ เช่น ต้อกระจก

ควรตรวจตาบ่อยแค่ไหน

Image
ควรตรวจตาบ่อยแค่ไหน
  • เด็กควรได้รับการตรวจตาทุก ๆ 1 - 2 ปี
  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 37 ปี และไม่มีความผิดปกติในดวงตา ควรตรวจตาทุก ๆ 2 ปี
  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 37 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจทุก ๆ 1–2 ปี

สรุปบทความ

การตรวจตาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่สำคัญอย่างยิ่ง ช่วยให้เราทราบถึงสุขภาพดวงตาและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเข้ารับการตรวจตาตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ดวงตาของเรามีสุขภาพที่ดีและมองเห็นชัดใสไปอีกนาน

ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ศูนย์แว่นตาโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล เรามีบริการตรวจวัดสายตาเบื้องต้น และให้บริการวัดสายตาประกอบแว่นคุณภาพสูง มีทีมนักทัศนมาตรและจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ออกแบบ และวิเคราะห์การใช้สายตาของคุณอย่างละเอียด โดยมีปรมาจารย์โบบิ คอยดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณได้รับแว่นตาโปรเกรสซีฟที่ใส่สบาย ตอบโจทย์การใช้งาน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมรับประกันความพึงพอใจสูงสุด 180 วัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

ปรมาจารย์โบบิ สายด่วน : 081-538-4200

LINE ID : @isoptik

เว็บไซต์ : https://www.isoptik.com

whatsapp : +66 81 538 4200

อีเมล : isoptik@gmail.com